พวกเราใช้เวลา “ปรุงแต่ง” ชีวิตเพื่อให้คนอื่นเห็นเยอะกว่าเวลาที่ใช้ “เสพ” ชีวิตจริงๆ หรือเปล่า
เมื่อวานเรานั่งอยู่ในคาเฟ่ แล้วเห็นคนโต๊ะข้างๆ กำลังจัดองค์ประกอบภาพอาหารของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย คือขยับแก้วน้ำไปทางซ้ายสามมิลฯ เลื่อนจานไปทางขวาอีกนิด ปรับแสง จ้องจอปรับฟิลเตอร์ ก่อนที่คงจะโพสต์ลงไปพร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “มื้อเที่ยงง่ายๆ” 555
ภาพที่เห็นมันทำให้เราสะดุดขึ้นมาในใจว่า พวกเราใช้เวลา “ปรุงแต่ง” ชีวิตเพื่อให้คนอื่นเห็นเยอะกว่าเวลาที่ใช้ “เสพ” ชีวิตจริงๆ หรือเปล่า
เรากำลังสร้างเทพเจ้าองค์ใหม่ในร่างอวตารดิจิทัลกันอยู่ใช่ไหม เทพแห่งการกินคลีน เทพแห่งการเดินทาง เทพแห่งความสำเร็จ แล้วเรากำลังแลกความขลังที่มีรากเหง้านับพันปีกับความศักดิ์สิทธิ์ฉาบฉวยที่หมดอายุใน 24 ชั่วโมงอยู่หรือเปล่า
ในทางพุทธศาสนา มีคำว่า สังขาร (Sankhara) ที่แปลแบบบ้านๆ คือ “สิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้น” ทุกอย่างที่เราเห็น ที่เรารู้สึก มันผ่านการปรุงแต่งจากประสบการณ์และความเชื่อของเราทั้งนั้น ไม่ต่างอะไรจากภาพอาหารมื้อนั้น หรือโปรไฟล์สวยหรูที่เราสร้างขึ้นมา ทุกอย่างคือสังขารที่เราปั้นขึ้นเพื่อนิยามตัวตนและโลก
พอนั่งมองสังขารยุคใหม่ไปเรื่อยๆ เรากลับรู้สึกเหนื่อยและโหยหาอะไรที่มัน ‘จริง’ กว่านั้น อะไรที่มันทนทานต่อกาลเวลา ไม่ใช่แค่กระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป นั่นแหละคือจุดที่ความคิดเรื่องนิทรรศการ ‘Ars Aeterna – ศิลปะแห่งนิรันดร์’ มันระเบิดขึ้นมาในหัว มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์ศิลปะ แต่มันคือการทดลองส่วนตัวของเรา ว่าถ้าเราลองกลับไปหาเทพเจ้าองค์ดั้งเดิม—ผู้เป็นต้นธารของจินตนาการและความเชื่อ—แล้วชุบชีวิตพวกเขาขึ้นมาใหม่ล่ะ
มันคือการตั้งคำถามว่า ถ้าจับเอาเส้นสายของ Vintage Manga ที่เราโตมา, ความจัดจ้านแบบ Pop Art, ความอ่อนช้อยของลายไทย, เส้นโค้งพริ้วไหวของ Art Nouveau, และความสมมาตรสง่างามของ Art Deco มาหลอมรวมกัน เพื่อเป็นภาษาภาพใหม่สำหรับศตวรรษที่ 21... เทพเจ้าเหล่านั้นจะมีหน้าตาเปลี่ยนไปอย่างไร และพวกเขาจะยังสื่อสารอะไรกับเราได้บ้างในยุคที่ทุกคนต่างก็เป็นเทพเจ้าในโลกของตัวเอง
การทำงานชิ้นนี้มันทำให้เราวิเคราะห์ลึกลงไปอีกว่า จริงๆ แล้ว ที่มนุษย์ต้องสร้างเทพเจ้าขึ้นมา ไม่ว่าจะในยุคโบราณหรือยุคโซเชียลมีเดีย ก็เพราะเราต้องการกระจกสะท้อน “ความเป็นไปได้สูงสุด” ของตัวเอง เราอยากเห็นความดี ความงาม และพลังอำนาจที่จับต้องได้ สุดท้ายแล้ว เทพที่ทรงพลังที่สุดอาจไม่ใช่ซุสหรือพระศิวะ แต่คือ ‘ตัวเราในเวอร์ชันที่เราอยากให้คนอื่นเห็น’ เทพองค์นี้ถูกบูชาด้วยยอดไลก์ หล่อเลี้ยงด้วยคอมเมนต์ และวัดความศักดิ์สิทธิ์ด้วยยอดแชร์
สุดท้าย พอไม่มีคนกดไลก์ เทพองค์นั้นก็แค่... อวตารที่แบตหมด


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น