Ars Aeterna:Deity song:ม้านิลมังกร
เราเพิ่งนั่งนึกอะไรเพลินๆ ระหว่างสังเกตคนรอบตัว ทุกคนดูเหมือนกำลังมองหา “ของวิเศษ” กันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นคอนเนกชันขั้นเทพ, ตำแหน่งงานในฝัน, หรือคู่ชีวิตที่เหมือนหลุดมาจากนิยาย เราใช้เวลาและพลังงานมหาศาลเพื่อไล่ล่า “พาหนะ” ที่คิดว่าจะพาเราไปสู่ความสำเร็จได้เร็วที่สุด
นั่นทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า… เราหมกมุ่นกับการหา “สุดยอดไอเทม” จนลืมไปหรือเปล่า ว่าคนที่จะใช้งานไอเทมชิ้นนั้น คือตัวเราเองที่ยังมีบั๊กเต็มไปหมด แล้วตกลงอะไรกันแน่ที่อันตรายกว่ากัน? ของวิเศษที่ทรงพลังเกินไป หรือผู้ใช้ที่ยังไม่พร้อมสำหรับพลังนั้น
เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงวรรณคดีเรื่อง “พระอภัยมณี” ของสุนทรภู่ ทุกคนคงรู้จัก “ม้านิลมังกร” สัตว์พาหนะคู่ใจของสุดสาคร ลองดูสเปกของมันกันเล่นๆ มันคือสินทรัพย์ระดับ Mythical ที่เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่างม้ากับมังกร ตัวเป็นม้าแต่หัวเป็นมังกร เกล็ดเป็นนิลทั้งตัว เขี้ยวเป็นเพชร แถมวิ่งบนน้ำได้อีกต่างหาก ถ้าเป็นสตาร์ทอัพ ก็คงเป็นยูนิคอร์นที่ disrupt ทุกวงการ แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเรา อยู่ที่คุณสมบัติพิเศษที่สุนทรภู่ใส่ไว้ คือการที่มันเป็น “กะเทย” หรือมีสองเพศในตัวเดียว นี่คืออัจฉริยภาพในการสร้างคาแรกเตอร์ มันไม่ใช่แค่พาหนะ แต่มันคือตัวแทนของพลังที่สมบูรณ์ในตัวเอง มีทั้งความแข็งแกร่งดุดันแบบมังกร และความปราดเปรียวภักดีแบบม้า เป็นขุมพลังที่คาดเดาไม่ได้และควบคุมได้ยากอย่างที่สุด
ในทางธรรม พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า จิตตํ ทนฺตํ สุขาวหํ (อ่านว่า จิต-ตัง ทัน-ตัง สุ-ขา-วะ-หัง) แปลแบบเข้าใจง่ายคือ “จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้” จิตของเรานี่แหละคือม้านิลมังกรตัวจริง มันทรงพลัง สร้างสรรค์สิ่งยิ่งใหญ่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็พยศและพร้อมจะสะบัดเราตกเหวได้ทุกวินาทีถ้าเราคุมมันไม่อยู่ สุดสาครในวัยสามขวบไม่ได้ปราบม้านิลมังกรด้วยพละกำลัง แต่เขาได้ “มนต์” จากพระฤๅษี ซึ่งก็คือสัญลักษณ์ของปัญญาและการควบคุมสติ
ในเชิงจิตวิทยา เราทุกคนต่างมี “ม้านิลมังกร” อยู่ในตัว มันคือพรสวรรค์ ความทะเยอทะยาน หรือโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตที่เราเจอ เรามักตื่นเต้นกับพลังของมัน อยากจะกระโจนขึ้นขี่เพื่อพุ่งทะยานไปข้างหน้า โดยไม่เคยประเมินเลยว่าทักษะการควบคุมของเราอยู่ในระดับไหน เราใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่ออัปเกรด “ม้า” โดยไม่เคยคิดจะอัปเกรด “คนขี่” ผลลัพธ์ก็คือเรากลายเป็นเจ้าของเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด แต่กลับใช้มันทำร้ายตัวเองและคนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัว
เราทุกคนต่างตามหาม้านิลมังกรของตัวเอง หวังจะให้มันพาไปสู่ความสำเร็จ แต่ลืมไปว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ตกม้าตอนถึงเส้นชัย แต่ตกตายตั้งแต่ยังไม่ทันได้ขึ้นขี่
ม้านิลมังกร: อสุรกายในจินตนาการแห่งวรรณคดีไทย
ม้านิลมังกร เป็นสัตว์มหัศจรรย์ในจินตนาการซึ่งปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องเอก "พระอภัยมณี" ผลงานชิ้นเอกของพระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ม้านิลมังกรเป็นที่รู้จักในฐานะพาหนะคู่ใจของสุดสาคร บุตรชายของพระอภัยมณีกับนางเงือก ด้วยลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ทำให้ม้านิลมังกรกลายเป็นหนึ่งในตัวละครสัตว์ที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดในโลกวรรณคดีไทย
กำเนิดและลักษณะ
ตามบทประพันธ์ ม้านิลมังกรมีกำเนิดที่ไม่ธรรมดา โดยเป็นลูกผสมระหว่าง ม้า กับ มังกร พระฤๅษีแห่งเกาะแก้วพิสดารได้เล่าให้สุดสาครฟังถึงที่มาของมันว่าเกิดจากม้ามังกรสมสู่กัน ลักษณะเด่นของม้านิลมังกรจึงเป็นการผสมผสานระหว่างสัตว์ทั้งสองชนิดอย่างน่าอัศจรรย์ กล่าวคือ:
ลำตัว: เป็นม้า มีพละกำลังมหาศาล
ศีรษะและหาง: เป็นมังกร มีความน่าเกรงขาม
เกล็ด: เป็นนิลสีดำวาววับทั่วทั้งตัว อันเป็นที่มาของชื่อ "ม้านิลมังกร"
เขี้ยว: เป็นเพชร แข็งแกร่งและเป็นอาวุธได้
ลิ้น: เป็นปาน
นอกจากนี้ ในบทประพันธ์ยังได้กล่าวถึงเพศของม้านิลมังกรว่าเป็น "กะเทย" ซึ่งหมายถึงมีสองเพศในตัวเดียว นับเป็นจินตนาการที่ล้ำยุคของสุนทรภู่
อิทธิฤทธิ์และความสามารถ
ม้านิลมังกรไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์ที่แปลกตา แต่ยังมีอิทธิฤทธิ์เหนือสัตว์ธรรมดาทั่วไป ดังนี้:
พละกำลังมหาศาล: สามารถต่อสู้กับสัตว์ร้ายและภูตผีปีศาจได้อย่างไม่เกรงกลัว
วิ่งบนผิวน้ำได้: ความสามารถพิเศษนี้ทำให้สุดสาครสามารถเดินทางข้ามทะเลเพื่อตามหาพระบิดาได้
ความทนทาน: ร่างกายคงกระพันต่อศาสตราวุธต่างๆ
บทบาทในวรรณคดี
ม้านิลมังกรปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อสุดสาครมีอายุได้ 3 ขวบและอาศัยอยู่กับพระฤๅษีที่เกาะแก้วพิสดาร สุดสาครได้พบกับม้านิลมังกรที่ดุร้ายและพยศ แต่ด้วยคำแนะนำและมนต์วิเศษจากพระฤๅษี สุดสาครจึงสามารถปราบและจับม้านิลมังกรไว้เป็นพาหนะได้สำเร็จ
นับตั้งแต่นั้นมา ม้านิลมังกรก็ได้ร่วมผจญภัยไปกับสุดสาครในการเดินทางตามหาพระอภัยมณี ทั้งสองต้องเผชิญกับอุปสรรคและอันตรายนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับชีเปลือยเจ้าเล่ห์ หรือการผจญภัยในเมืองต่างๆ ม้านิลมังกรได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และความกล้าหาญในการปกป้องเจ้านายของตนอยู่เสมอ
เรื่องราวของม้านิลมังกรและสุดสาคร จึงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างมนุษย์กับสัตว์ และการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นในโลกแห่งจินตนาการที่สุนทรภู่ได้รังสรรค์ขึ้นอย่างงดงามและเป็นอมตะมาจนถึงปัจจุบัน



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น