ผู้คนถกเถียงกันอย่างจริงจังว่าตัวละครในตำนานที่ถูกนำมาสร้างใหม่ “ไม่เห็นเหมือนต้นฉบับ”
เราไปเห็นดราม่าในเน็ตมาเรื่องนึง ทุกคน คือผู้คนถกเถียงกันอย่างจริงจังว่าตัวละครในตำนานที่ถูกนำมาสร้างใหม่ “ไม่เห็นเหมือนต้นฉบับ” บ้างก็ว่า “นี่มันทำลายความศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งเหตุการณ์นั้นได้จุดประกายคำถามหนึ่งในใจเรา…
ไอ้คำว่า “ต้นฉบับ” ของสิ่งที่อายุเป็นพันๆ ปีนั้น หน้าตาที่แท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่? เราต่างรับเอาภาพจำของเทพเจ้ากรีกมาจากรูปปั้นยุคเรเนซองส์ หรือจดจำภาพพระศิวะมาจากภาพพิมพ์หินในศตวรรษที่ 19 แล้วยึดมั่นว่านั่นคือความจริงเพียงหนึ่งเดียวใช่หรือไม่? ทำไมเราถึงรู้สึกถูกคุกคาม เมื่อมีใครสักคนตีความ “ศรัทธา” ของเรา ด้วยภาษาทัศนศิลป์ที่ไม่คุ้นเคย
ในทางพุทธศาสนา มีหลักความจริงอันทรงพลังข้อหนึ่งคือ อนิจจัง วต สังขารา (Aniccā vata saṅkhārā) ซึ่งหมายถึง “สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ” ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วย่อมแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเล่า ตำนาน หรือภาพของเทพเจ้าที่เราเทิดทูน แม้แต่โฮเมอร์ผู้แต่งมหากาพย์อีเลียด ก็ไม่ใช่คนแรกที่เล่าเรื่องเทพแห่งโอลิมปัส เขาเป็นเพียงผู้รวบรวมและ “เรียบเรียงใหม่” จากตำนานมุขปาฐะที่ส่งต่อกันมานับไม่ถ้วน
สิ่งที่น่าสนใจเชิงจิตวิทยาก็คือ การที่เราโกรธเกรี้ยวเพื่อปกป้อง “ภาพจำเก่าๆ” นั้น แท้จริงแล้วเราไม่ได้กำลังปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าองค์ไหนเลย แต่เรากำลังปกป้อง “ความมั่นคงทางตัวตน” ของเราเองต่างหาก เราใช้ตำนานเก่าแก่เป็นสมอที่ยึดเราไว้กับอดีต ในโลกปัจจุบันที่ผันผวน พอมีใครมาขยับสมอ เราจึงรู้สึกเหมือนจะโคลงเคลง
นี่คือจุดเริ่มต้นทั้งหมดของนิทรรศการ Ars Aeterna ของเราเอง กระบวนทัศน์ในการทำงานของเราจึงเปลี่ยนไป มันคือการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงระหว่างคนกับ AI โดยเราเริ่มต้นจากการร่างและวาดเส้นเองทั้งหมด เพื่อฝังจิตวิญญาณและจังหวะของลายเส้นอันเป็นหัวใจหลัก จากนั้นจึงส่งต่อให้ AI ช่วยลงสีและสร้างเทคนิคที่ซับซ้อน เช่น การรังสรรค์พื้นผิวโบราณ หรือการลงแสงเงาในรายละเอียดที่เล็กมากๆ เพื่อให้ภาพมีความลึกและซับซ้อนกว่าที่เคย และสุดท้าย คือการที่เรากลับมาเก็บรายละเอียดทั้งหมดด้วยมืออีกครั้ง เพื่อควบคุมมิติทางอารมณ์ให้สมบูรณ์ที่สุด มันคือบทสนทนาระหว่างฝีมือมนุษย์กับศักยภาพของจักรกล เพื่อสรรค์สร้างทวยเทพในมิติที่ไม่เคยปรากฏ
บางทีการกระทำที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด อาจไม่ใช่การพยายามเก็บรักษารูปลักษณ์ดั้งเดิมของทวยเทพไว้ แต่คือการเปิดหัวใจ เพื่อสัมผัสถึงตัวตนอมตะของท่าน ผ่านมุมมองแห่งยุคสมัยของเราเอง


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น