Ars Aeterna:Theme song ปากกาในมือคือเวทมนตร์

 



(Verse 1) ปากกาในมือคือเวทมนตร์นั้น ดินสอเขียนฝันแทนรอยน้ำตา ทุกความพลาดพลั้งคือดวงดารา อยู่บนผืนผ้าที่สว่างเหมือนท้องฟ้า (Pre-Chorus) ฉันวาดเส้นตรง เส้นโค้ง รอยยิ้ม สีสดใสซ่อนคำตอบในใจ นิทรรศการนี้ไม่ใช่ของคนใด แต่เป็นประตูให้ทุกคนเข้ามา (Chorus) ศิลปะนิรันดร์ที่หัวใจปลดปล่อย ทุกแผลเคลื่อนคล้อยลอยเป็นดอกไม้ ปากกาและดินสอเล่าเสียงในใจ ให้เห็นความสุขที่ซ่อนอยู่ในเรา (Verse 2) ไฟในงานส่องให้ภาพเต้นรำ คนมากมายชื่นฉ่ำชั่วขณะ แม้เมื่อวานเคยร้องไห้ไม่ลดละ วันนี้หยดน้ำตาหาใช่พันธะในใจ (Pre-Chorus) ฉันวาดฝันใหม่ให้เบิกบานอีกครั้ง ใช้ทุกบทเรียนเป็นสีแต้มใจ ศิลปะไม่ใช่แค่ความงาม แต่มันคือวิธีบอกว่าเรายังมีชีวิต (Chorus) ศิลปะนิรันดร์ที่หัวใจปลดปล่อย ทุกแผลเคลื่อนคล้อยลอยเป็นดอกไม้ ปากกาและดินสอเล่าเสียงในใจ ให้เห็นความสุขที่ซ่อนอยู่ในเรา (Bridge) ไม่มีเส้นไหนผิดพลาดจริง ทุกลายเส้นคือตัวตนที่แท้จริง ยิ่งเติมสียิ่งเต็มไปด้วยพลังจริง ศิลปะนี้คือรอยยิ้มยืนยาวจริง (Chorus) ศิลปะนิรันดร์ที่หัวใจปลดปล่อย ทุกแผลเคลื่อนคล้อยลอยเป็นดอกไม้ ปากกาและดินสอเล่าเสียงในใจ ให้เห็นความสุขที่ซ่อนอยู่ในเรา (Outro) เ มื่อม่านปิด ใจยังคงเปล่งแสงใส ปากกายังวาด ดินสอยังคงฝันใฝ่ นิทรรศการนี้ไม่มีวันสิ้นสุดไป ความสุขสร้างในใจเป็นนิรันดร์


เคยไหม เวลาตอนใช้ความคิดหนักๆ แล้วมือมันหยิบปากกามาขีดเขียนอะไรเรื่อยเปื่อยบนกระดาษ เป็นรูปทรงเรขาคณิตบ้าง เป็นลายเส้นยุ่งๆ บ้าง หรือบางทีก็เป็นหน้าคนแบบการ์ตูน เราทำมันไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างงานศิลปะชิ้นเอก ไม่ได้คาดหวังว่าใครจะมาเห็นด้วยซ้ำ

พอมาเจอเนื้อเพลงที่เขียนไว้ของโปรเจกต์ Ars Aeterna เพลง ‘ปากกาในมือคือเวทมนตร์’ เราก็เลยกลับมานั่งคิดถึงไอ้ลายเส้นยึกยือพวกนั้น แล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่า... ไอ้การขีดๆ เขียนๆ ที่ดูไร้สาระพวกนี้ มันใช่ ‘เวทมนตร์’ อย่างที่เขาว่าไว้จริง หรือมันเป็นแค่กลไกบางอย่างที่ร่างกายเราทำไปโดยไม่รู้ตัวเพื่อรักษาสมดุลของระบบภายใน

ถ้าจะอธิบายแบบไม่เห็นต้องพึ่งไม้กายสิทธิ์ ในทางประสาทวิทยา สมองของเรามีส่วนที่เรียกว่า Default Mode Network (DMN) ซึ่งจะทำงานเต็มที่เมื่อเราไม่ได้จดจ่อกับโลกภายนอก หรือพูดง่ายๆ คือตอนที่เรา ‘เหม่อ’ การขีดเขียนหรือวาดรูปเล่นแบบไม่ตั้งใจ เป็นกิจกรรมเบาๆ ที่ช่วยลดการทำงานของสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ใช้ควบคุมและตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ DMN ได้เชื่อมโยงข้อมูลและความคิดที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันในหัวได้อย่างอิสระ มันคือสภาวะที่เกิด ‘ยูเรก้า’ ได้บ่อยที่สุด นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นการเปิด sandbox ให้สมองได้ทดลองเล่นโดยไม่มีแรงกดดัน

หรือถ้ามองในมุมปรัชญาศิลปะ Jackson Pollock ศิลปินชาวอเมริกันผู้บุกเบิกแนวทาง Abstract Expressionism ก็ไม่ได้ร่างภาพที่ต้องการไว้ก่อน เขาแค่สาดสีลงบนผืนผ้าใบ ปล่อยให้ร่างกายและการเคลื่อนไหวเป็นตัวนำทาง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่ภาพแทนของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็น ‘บันทึก’ ของกระบวนการสร้างสรรค์ ณ ขณะนั้น เหมือนที่เนื้อเพลงบอกว่า “ไม่มีเส้นไหนผิดพลาดจริง ทุกลายเส้นคือตัวตนที่แท้จริง” มันคือการยอมรับข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นตรงหน้าโดยไม่ตัดสิน

ในทางพุทธศาสนา มีสภาวะของจิตที่เรียกว่า วิตกฺกวิจาราณํ (Vitakka-Vicāraṇa) ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสมาธิในระดับต้น ‘วิตก’ คือการยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ (เช่น ลายเส้นแรกที่ขีดลงไป) และ ‘วิจาร’ คือการประคองจิตให้เคล้าคลึงอยู่กับอารมณ์นั้น (การลากเส้นต่อไปเรื่อยๆ) การวาดรูปเล่นจึงอาจเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำสมาธิเคลื่อนไหว (Active Meditation) ที่เราทำกันโดยไม่รู้ตัว ช่วยดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ตัดเสียงรบกวนในหัวออกไปชั่วคราว

และนี่คือจุดที่คมที่สุด ในโลกที่ทุกอย่างถูกวัดผลเป็น KPI ที่ทุกการกระทำต้องมีเป้าหมาย ต้อง productive ต้องสร้าง value การสร้างสรรค์แบบไร้เป้าหมาย ไร้ธงคำตอบ และไม่ต้องการผลลัพธ์ใดๆ จึงกลายเป็นการกระทำเชิงปฏิวัติที่ทรงพลังที่สุด มันคือการประกาศอิสรภาพเล็กๆ ของเรา ว่าอย่างน้อยก็ยังมีพื้นที่ที่ตัวตนของเราไม่ต้องถูกประเมินค่า ไม่ต้องถูกตัดสินว่าถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี มันมีอยู่ แค่นั้นเอง

ดังนั้น สำหรับทุกคนที่รู้สึกว่าชีวิตมันตึงไปหมด ลองหยิบปากกาหรือดินสอขึ้นมา ไม่ต้องวาดให้สวย ไม่ต้องตั้งใจจะสร้างอะไร

ศิลปะไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างตำนานเสมอไป... บางทีมันก็มีไว้แค่ซ่อมบำรุงระบบประสาท

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม