VIDEO
Ars Aeterna:Theme song หยาดน้ำตาคือหมึกในใจ
(Verse 1)
หยาดน้ำตาคือหมึกในใจ
เส้นที่วาดคือกายที่สั่นไหว
ปากกาครวญเจ็บเกินบรรยาย
งานเขียนฉันคือความปวดร้าวใจกาย
(Pre-Chorus)
เธอในภาพยังพร่าเลือน
ร่องรอยรักคอยเจ็บเตือน
หัวใจแผลไม่เคยเลือน
งานศิลปะนี้คอยย้ำเตือน
(Chorus)
นี่คืองานในวันที่ไร้เธอ
ทุกบันทึกคือร่องรอยที่เจอ
ปากกาและดินสอไม่พร่าเบลอ
โลกได้เห็นใจที่ยังร้าวเสมอ
(Verse 2)
แสงไฟส่องภาพงานฉัน
ผ่านคืนวันคนเดียวเท่านั้น
เจ็บป่วยใจแรงบันดาลนั้น
ในห้องนิทรรศการนี้จึงมีฉัน
(Pre-Chorus)
ทุกเส้นโค้งพังทลาย
ทุกสีสุดท้ายคือลมหาย
ยิ่งแหลกงานยิ่งไม่คลาย
ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ได้
(Chorus)
นี่คืองานในวันที่ไร้เธอ
ทุกบันทึกคือร่องรอยที่เจอ
ปากกาและดินสอไม่พร่าเบลอ
โลกได้เห็นใจที่ยังร้าวเสมอ
(Bridge)
ไม่รู้พรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร
วันนี้ความทุกข์ยังคงงดงามในใจ
ถ้าใครมองงานนี้ให้เข้าใจ
มันคือชิ้นส่วนวิญญาณที่มอบให้
(Chorus)
นี่คืองานในวันที่ไร้เธอ
ทุกบันทึกคือร่องรอยที่เจอ
ปากกาและดินสอไม่พร่าเบลอ
โลกได้เห็นใจที่ยังร้าวเสมอ
(Outro)
เมื่อม่านปิดภาพยังไม่หาย
ปากกายังคงสั่นดินสอยังร่ำไห้
การจากลาคือแรงบันดาลใจ
ศิลปะนี้จะนิรันดร์ตลอดไป
วันก่อนเราเดินผ่านหอศิลป์แห่งหนึ่ง เห็นงานภาพวาดที่เขียนด้วยเส้นสั่นๆ คล้ายคนวาดมือยังสั่นไม่หายจากการร้องไห้ ตอนแรกเราก็คิดนะว่า "นี่ศิลปินมือใหม่ยังไม่ถนัด
หรือว่าเป็นเทคนิคใหม่ที่เราไม่เข้าใจ" แต่พอเดินไปอ่านป้ายกำกับ ถึงรู้ว่า...ทุกเส้นมาจากความปวดร้าวตอนเขาเสียใครบางคนไป
เราก็เลยสะดุดใจว่า...จริงๆ แล้วมันแปลกดีนะ เวลาเจ็บปวด คนเรามักไม่รู้จะทำอะไรนอกจากเขียน วาด ร้อง หรือสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมา เหมือนน้ำตาเปลี่ยนร่างเป็นหมึก ปากกาแทบกลายเป็นเครื่องช่วยหายใจ มันไม่ใช่ศิลปะที่สวยสมบูรณ์แบบ แต่มันคือศิลปะที่ "ยังรอดอยู่ได้"
ถ้ามองแบบพุทธ เราอาจนึกถึงคำว่า “ทุกฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา” ทุกสิ่งเป็นทุกข์ ไม่เที่ยง และไม่ใช่ของเรา พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่เจ็บที่สุดก็กลายเป็นงานโชว์ในหอศิลป์ได้ ไม่ใช่เพราะเราหายเจ็บ แต่เพราะเราเอาความเจ็บไปวางบนเฟรม แล้วบอกโลกว่า “เออ นี่แหละ กูเจ็บนะ แต่กูยังอยู่”
ในเชิงวรรณกรรม Oscar Wilde เคยเขียนไว้ใน The Ballad of Reading Gaol ว่า "แต่ละคนฆ่าสิ่งที่เขารัก" บางทีงานศิลปะก็เหมือนหลักฐานอาชญากรรมทางหัวใจนี่แหละ ทุกคนต่างฆ่าความรักในแบบของตัวเอง และใช้ผืนผ้าใบหรือหน้ากระดาษเป็นบันทึกคดี
ถ้าดูในเชิงจิตวิทยา นักวิจัยจาก Harvard เคยอธิบายว่า การเขียนบันทึกช่วยลดระดับความเครียดและอาการ PTSD ได้ เพราะสมองเปลี่ยน "ความทรงจำที่คุมเรา" ให้กลายเป็น "เรื่องเล่าที่เราคุมมันได้" นี่มันคือดีลที่คมกว่าหุ้นในตลาดเสียอีก เพราะเราเทรดความเจ็บให้กลายเป็นงานที่โลกเห็นค่า
ประเด็นคือ โลกอาจไม่ได้อยากเห็นเราสมบูรณ์แบบ แต่อยากเห็นเรายังยืนอยู่ได้แม้จะสั่นไหว เพราะงั้นทุกคนที่กำลังเจ็บอยู่ อย่าเพิ่งกดปิดไฟในห้องตัวเอง ลองหยิบปากกา ดินสอ หรืออะไรก็ได้ แล้วปล่อยให้มันเป็นพยานแทนหัวใจ ทุกเส้นที่วาดอาจไม่สวย แต่ทุกเส้นบอกได้ว่าเรายังหายใจ
ท้ายที่สุด เรารู้สึกว่า…บางงานศิลปะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อขาย หรือเพื่อสวย แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าของมันรอดตาย และถ้าวันหนึ่งคนอื่นเห็นแล้วได้พลังด้วย นั่นคือโบนัสเหมือนหุ้นขึ้นเกินเป้า
บางทีแรงบันดาลใจไม่ได้เกิดจากความสุข แต่มาจากบาดแผลที่เราไม่รู้จะทำยังไงกับมันต่างหาก
ศิลปะก็เหมือนหัวใจเรา — มันอาจแตก แต่ก็ยังเล่าเรื่องได้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น