Ars Aeterna:Deity song:Cloris
Ars Aeterna:Deity song:Cloris (Verse 1) นามกรีกคลอริสวจีไข คือเขียวสดใสหรือสดใหม่นานา เทียบเทพฟลอราในแดนโรมมา สองนามนั้นหนาใช้แทนกันไป บ่งบอกถึงการเติบโตพลัน แห่งเหล่าพืชพรรณเขียวขจีไสว คือการงอกใหม่ด้วยหัวใจ ในฤดูใบไม้ที่ผลิบาน (Pre-chorus) เดิมทีนั้นท่านเป็นนางอัปสร สถิตในสวนพรเอลิเซียนสถาน ดูแลดอกไม้ให้เบ่งบาน เป็นวิญญาณแห่งธรรมชาติไพร (Chorus) โอ้เทพีคลอริสผู้โสภา เทพแห่งบุปผาใบไม้ผลิใส คือการฟื้นคืนงามจับใจ คือชีวาเริ่มต้นใหม่งดงาม (Verse 2) ซีฟีรัสเทพแห่งลมล่อง หมายปองรูปโฉมจนใจหวาม เทพแห่งลมตกตามติดถาม แล้วลักพางามไปคู่ครอง เพื่อไถ่โทษและมอบความรัก ให้เป็นที่ประจักษ์แซ่ซ้อง เปลี่ยนนางอัปสรที่หมายปอง ขึ้นเป็นเทพครองเหล่าบุปผา (Pre-chorus) เดิมทีนั้นท่านเป็นนางอัปสร สถิตในสวนพรเอลิเซียนสถาน ดูแลดอกไม้ให้เบ่งบาน เป็นวิญญาณแห่งธรรมชาติไพร (Chorus) โอ้เทพีคลอริสผู้โสภา เทพแห่งบุปผาใบไม้ผลิใส คือการฟื้นคืนงามจับใจ คือชีวาเริ่มต้นใหม่งดงาม (Bridge) ท่านมีฤทธาเหนือดอกไม้ เปลี่ยนร่างใครใคร่ให้เป็นมา แอดอนิสเป็นกุหลาบงามตา ไฮยาซินธ์ยาตราตรึงใจ นาร์ซิสซัสพลันเป็นดอกงามชื่อ ทั้งยังเลื่องลืออำนาจไกล ช่วยเฮราให้กำเนิดแอรีสได้ ด้วยดอกไม้บันดาลดล (Chorus) โอ้เทพีคลอริสผู้โสภา เทพแห่งบุปผาใบไม้ผลิใส คือการฟื้นคืนงามจับใจ คือชีวาเริ่มต้นใหม่งดงาม (Outro) คือสัญลักษณ์แห่งวสันต์ มงกุฎบุปผานั้นงามสม ในภาพ "พฤกษฤดู" ชวนชม ตราตรึงอารมณ์... ตลอดกาล
เมื่อวันก่อนเราไปเดินผ่านร้านขายต้นไม้ เห็นเจ้าของร้านกำลังจัดดอกไม้เป็นช่อใหญ่ สีเขียวอ่อนปนชมพูอ่อน พอคนซื้อถามว่า “ดอกนี้ชื่ออะไร” เจ้าของร้านตอบแบบสั้นๆ “อ้อ คลอริส”
เอาจริง ตอนนั้นเราหยุดคิดเลยนะ คลอริส? นี่มันชื่อเทพีกรีกไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมหลุดมาอยู่ในตลาดนัดดอกไม้บ้านเราได้
มันทำให้เราคิดว่า… ทำไมดอกไม้ถึงมีพลังขนาดนั้น ทั้งที่มันก็แค่สิ่งมีชีวิตเงียบๆ ไม่เคยพูด แต่สามารถปลอบใจได้มากกว่าคนเป็นๆ ด้วยซ้ำ
พอไปค้นต่อ เราก็เจอว่าคลอริส คือเทพีแห่งบุปผา เทียบกับ “ฟลอรา” ของโรมัน ตำนานบอกว่าเดิมทีเธอเป็นเพียงนางอัปสรในสวนเอลิเซียน (Elysium) แล้วโดนเทพลมตะวันตกซีฟีรัสตกหลุมรักแบบ “รักแรง ลักพา” จนกลายเป็นคู่ครองและยกเธอขึ้นเป็นเทพี
ลองคิดดูนะ จากนางไม้ธรรมดา กลายเป็นผู้ครองฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ทั้งปวงต้องยอมโค้งคำนับ นี่มันคือการ “รีแบรนด์ดิ้งโดยสถานการณ์” ชัดๆ
สิ่งนี้ทำให้นึกถึงพุทธภาษิตบทหนึ่ง “อัปปมาณา อธิการา” แปลตรงๆ ว่า “โอกาสทั้งหลายไม่มีประมาณ”
คนเรามักคิดว่าชีวิตเราจะเดินเส้นตรง แต่บางทีการเปลี่ยนสถานะก็เกิดจากความโกลาหล ความพลิกผัน ไม่ต่างกับคลอริสที่เริ่มจากการโดนลักพาตัว แต่จบด้วยการได้เป็นเทพีที่คนทั้งกรุงโรมกรุงเอเธนส์บูชา
ถ้าโยงมาด้านจิตวิทยาสังคม สิ่งที่น่าสนใจคือ “พลังแห่งการเริ่มใหม่” เวลาที่เรารู้สึกพังหรือโดนกระชากออกจากคอมฟอร์ตโซน เราจะต้านมันก่อน แต่พอหันกลับไปดูจริงๆ การงอกงามครั้งใหญ่ในชีวิตมักเกิดตอนนั้นแหละ เหมือนฤดูใบไม้ผลิที่งามที่สุดเพราะมันผ่านฤดูหนาวที่หนาวจัดมาก่อน
เพราะงั้นเวลาเจอสถานการณ์ที่มันดูไม่แฟร์ เจ็บ หรือเหมือนถูกบังคับ เราอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่ามันคือความพ่ายแพ้ บางทีนี่อาจเป็นขั้นตอนของการ “ปลูกเมล็ดใหม่” ที่จะเบ่งบานในอีกฤดู
สุดท้ายนี้ เราอยากบอกทุกคนว่า…
อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะบางทีโชคชะตาอาจไม่ได้กำลังพรากสิ่งที่เรารักไป แต่มันกำลังทำให้เรา “รีแบรนด์” ตัวเองจนทั้งโลกต้องยืนดู
คลอริส: เทพีแห่งบุปผาและฤดูใบไม้ผลิในตำนานเทพปกรณัมกรีก
คลอริส (Chloris) เป็นเทพีในตำนานเทพปกรณัมกรีกผู้เป็นตัวแทนของดอกไม้ ฤดูใบไม้ผลิ และการเจริญเติบโตของพืชพรรณ ชื่อของพระนางมาจากคำในภาษากรีกว่า "khloros" (χλωρός) ซึ่งหมายถึง "สีเขียวอมเหลือง" หรือ "ความสดใหม่" อันเป็นสัญลักษณ์ของเหล่าพฤกษาที่ผลิใบในฤดูใบไม้ผลิ ในตำนานเทพปกรณัมโรมัน คลอริสเป็นที่รู้จักในนาม ฟลอรา (Flora)
ตำนานและความเป็นมา
แต่เดิมคลอริสเป็นเพียงนิมฟ์ (Nymph) หรือเทพธิดาชั้นรองผู้เลอโฉม อาศัยอยู่ในทุ่งอีลิเซียน (Elysian Fields) ดินแดนแห่งความสุขสบายของผู้ที่ได้รับการยกย่องหลังความตาย เรื่องราวที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของพระนางเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งสายลมตะวันตก เซฟิรัส (Zephyrus)
ตามที่กวีโอวิด (Ovid) ได้บันทึกไว้ในผลงาน "Fasti" เซฟิรัสหลงใหลในความงามของคลอริสจึงได้ลักพาตัวนางไปเป็นภรรยา เพื่อเป็นการไถ่โทษและแสดงความรัก เซฟิรัสได้ประทานพรให้นางกลายเป็นเทพีแห่งดอกไม้ โดยมอบอำนาจในการปกครองดูแลอาณาจักรแห่งบุปผาชาติทั้งหมดให้แก่นาง พร้อมกับมอบสวนอันงดงามที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณเป็นของขวัญ
จากการเสกสมรสระหว่างคลอริสและเซฟิรัส ทั้งสองมีโอรสด้วยกันนามว่า คาร์พอส (Karpos) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งผลไม้
บทบาทและพลัง
ในฐานะเทพีแห่งดอกไม้ คลอริสมีบทบาทสำคัญในการทำให้โลกเกิดความงามและความอุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ผลิ กล่าวกันว่าลมหายใจของนางสามารถเปลี่ยนให้ทุกสิ่งกลายเป็นดอกไม้ได้ และทุกย่างก้าวที่นางเหยียบลงไปบนพื้นดินก็จะบังเกิดเป็นทุ่งดอกไม้อันงดงาม
นอกจากนี้ คลอริสยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำเนิดของดอกไม้ชนิดต่างๆ ในตำนานอีกด้วย เช่น การแปลงร่างของบุคคลในตำนานให้กลายเป็นดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็น อะโดนิส (Adonis), ไฮยาซินธัส (Hyacinthus) และ นาร์ซิสซัส (Narcissus)
หนึ่งในตำนานยังเล่าว่า คลอริสได้ช่วยเหลือเทพีเฮรา (Hera) ในการให้กำเนิดเทพเอรีส (Ares) โดยไม่ต้องพึ่งพาเทพซุส (Zeus) โดยนางได้มอบดอกไม้วิเศษให้แก่เฮราซึ่งทำให้พระนางตั้งครรภ์ได้
คลอริสในงานศิลปะ
เรื่องราวของเทพีคลอริสเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินมาหลายยุคสมัย ภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดคือภาพวาด "ฤดูใบไม้ผลิ" หรือ "พรีมาเวรา" (Primavera) ของซานโดร บอตติเชลลี (Sandro Botticelli) จิตรกรเอกแห่งยุคเรอเนซองส์ ในภาพนี้ คลอริสปรากฏในสองร่าง คือร่างของนิมฟ์ที่กำลังถูกเซฟิรัสไล่ตามและมีดอกไม้ออกมาจากปาก และร่างของเทพีฟลอราที่สง่างามในชุดที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ ซึ่งเป็นการแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของนางจากนิมฟ์สู่การเป็นเทพีอย่างสมบูรณ์
ข้อควรทราบ: คลอริสอีกบุคคลในตำนาน
ในตำนานเทพปกรณัมกรีก ยังมีสตรีอีกนางหนึ่งที่ชื่อคลอริสเช่นกัน ซึ่งเป็นมนุษย์และเป็นราชินีแห่งเมืองไพลอส (Pylos) พระนางเป็นหนึ่งในบุตรและธิดาของไนโอบี (Niobe) หรือที่เรียกว่า "ไนโอบิดส์" (Niobids) ซึ่งถูกเทพอะพอลโลและเทวีอาร์ทีมิสสังหารเกือบทั้งตระกูลเนื่องจากความโอหังของมารดา มีเพียงคลอริสที่รอดชีวิตมาได้ จึงควรแยกแยะระหว่างเทพีคลอริสและราชินีคลอริสซึ่งเป็นคนละบุคคลกัน




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น