Ars Aeterna:Deity song:Chronos
เมื่อวานเรานั่งไถฟีดไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็เจอเพื่อนคนหนึ่งโพสต์ว่า “เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก” ประโยคสุดคลาสสิกที่เห็นกันทุกไตรมาส แต่ไม่รู้ทำไมรอบนี้เราสะดุด...มันไม่ใช่แค่การบ่น แต่มันเกือบจะเหมือนเสียงสารภาพ
เราเลยมานั่งคิดเล่นๆ ว่าทำไมคนเราถึงรู้สึกว่าโดนเวลาโกงอยู่เรื่อยไป ทั้งที่ทุกคนบนโลกใบนี้ได้รับทรัพยากรที่ชื่อว่า “เวลา” มาเท่ากันเป๊ะๆ คือ 24 ชั่วโมงต่อวัน ไม่มีใครได้แถม ไม่มีใครโดนหัก แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่งอกเงยจากเวลาของแต่ละคน มันต่างกันราวกับอยู่คนละจักรวาล มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงเทพกรีกองค์หนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด ชื่อของเขาคือ Chronos (โครนอส) ซึ่งเป็นคนละองค์กับ Cronus (โครนัส) ไททันพ่อของซุสที่กลืนลูกตัวเอง Chronos ในตำนานดั้งเดิมคือบุคลาธิษฐานของ “เวลา” แท้ๆ เป็นพลังงานแรกเริ่มของจักรวาลที่อยู่มาตั้งแต่ก่อนมีเทพเจ้าองค์ไหนๆ เขาไม่ได้มีหน้าที่ลงทัณฑ์ใคร แต่เป็นกฎเกณฑ์สากลที่ทุกชีวิตต้องโคจรตาม เขาถือกำเนิดมาพร้อมกับ Ananke (อนังกี) เทพีแห่งโชคชะตาและความจำเป็น ทั้งสององค์นี้คือสมการของเอกภพอย่างแท้จริง เวลา (Chronos) จะเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเงื่อนไขที่จำเป็น (Ananke) เสมอ
ในทางพุทธศาสนาเองก็มีหลักการที่สะท้อนเรื่องนี้อย่างคมคาย นั่นคือหลักไตรลักษณ์ที่กล่าวถึงความไม่เที่ยง มีคำบาลีบทหนึ่งที่เราชอบมากคือ “อนิจจา วต สังขารา” (Aniccā vata saṅkhārā) แปลแบบบ้านๆ ได้ว่า “เออหนอ สังขารทั้งหลายมันไม่เที่ยงจริงๆ” ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป นี่ไม่ใช่คำสาป แต่เป็นแค่ ‘โปรแกรม’ ที่รันอยู่เบื้องหลังทุกอย่างในจักรวาลนี้ ซึ่ง Chronos ก็คือตัวแทนของโปรแกรมที่ว่านั่นแหละ
ทีนี้กลับมาที่คำถามว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไว...จากการวิเคราะห์ของเรา มันไม่ใช่เพราะเวลาเดินเร็วขึ้น แต่เป็นเพราะเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในโหมด ‘Auto-pilot’ เราปล่อยให้วันเวลาไหลผ่านไปกับการทำสิ่งเดิมๆ วนไปวนมา จนสมองมันจับทุกอย่างมัดรวมกันเป็นก้อนเดียว พอมองย้อนกลับไป มันเลยดูสั้นนิดเดียว เราไม่ได้กลัวการไม่มีเวลาหรอก แต่ลึกๆ แล้วเรากลัวการใช้เวลาที่มีไปแล้วมัน ‘พลาด’ หรือ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ ความกลัวนี่แหละที่ทำให้เราผัดวันประกันพรุ่ง และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการบ่นว่าเวลาไม่เคยพอ
เหมือนกับที่ได้ตีความภาพลักษณ์ของ Chronos ขึ้นมาใหม่ในนิทรรศการของเรา จากภาพจำเดิมที่เป็นชายแก่ถือเคียว กลายเป็นเทพหนุ่มรูปงามที่ดูอมตะเหนือกาลเวลา ซึ่งมันก็จริง...ตัวตนของ ‘เวลา’ ไม่เคยแก่ ไม่เคยเสื่อมถอย มีแต่เราเองนี่แหละที่ร่วงโรยไปตามการใช้งานของตัวเอง
สุดท้ายแล้ว เวลาไม่ได้เป็นของเรา เราต่างหากที่เป็นของเวลา...แค่ชั่วคราว
==
ในจักรวาลวิทยาแบบออร์ฟิก (Orphic cosmogony) เล่าว่า Chronos ถือกำเนิดขึ้นมาในความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต และดำรงอยู่คู่กับเทพี Ananke ซึ่งคือ "ความจำเป็น" หรือ "โชคชะตา" ทั้งสองเทพถักทอเส้นใยแห่งเอกภพ หมุนวนก่อให้เกิดการไหลของเวลาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด Chronos จึงมิใช่เพียงเทพ หากแต่เป็นตัวแทนของกฎเกณฑ์สากลที่ทุกสิ่งต้องดำเนินไปตามจังหวะ ไม่อาจหยุดหรือย้อนกลับ
บางตำนานกล่าวว่า Chronos เป็นผู้ให้กำเนิด "ไข่จักรวาล" (Orphic Egg) ที่แตกออกมาและสร้างเทพผู้เป็นบรรพกาล เช่น ฟาเนส (Phanes) ผู้ให้กำเนิดแสงสว่างและชีวิต จากมุมมองนี้ Chronos คือรากฐานของสรรพสิ่ง เป็นทั้งการนับถอยหลังและการนับไปข้างหน้า เป็นพลังที่ทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลง เติบโต เสื่อมสลาย และเวียนวน
ภาพลักษณ์ดั้งเดิมของ Chronos มักถูกวาดเป็นเทพผู้สูงวัย เครายาว สีหน้าเคร่งขรึม ถือเครื่องหมายแห่งกาลเวลา เช่น นาฬิกาทราย หรือล้อจักรแห่งกาลเวลา ในยุคโรมันและเรอเนสซองส์ เขามักถูกนำมาผสมกับ Cronus ไททันผู้ถือเคียว จนเกิดเป็นสัญลักษณ์ “Father Time” — ชายชราผู้ถือเคียวและนาฬิกาทราย คอยเก็บเกี่ยวทุกชีวิตตามวาระ
แต่ในแก่นแท้แล้ว Chronos ไม่ใช่เทพผู้โหดร้าย เขาคือภาพแทนของเวลาอันยุติธรรม ที่ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เร่งรีบ ไม่ช้าลง และไม่หยุดพัก สิ่งมีชีวิต เทพ มนุษย์ หรือแม้แต่ดวงดาวในฟากฟ้า ล้วนต้องเดินตามเส้นทางของ Chronos อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และแม้ว่าประวัติศาสตร์ศิลป์มักจะทำให้ Chronos มีรูปลักษณ์เป็นชายชรา แต่ในภาพที่เรา Muimeisan วาดนั้น ได้ตีความองค์เทพให้ออกมามีความหล่อเหลาและเยาว์วัย เพื่อคงไว้ซึ่งคอนเซปต์ของนิทรรศการที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์ของเทพให้ออกมาในเชิงอุดมคติและงดงามเหนือกาลเวลา มากกว่าการผูกพันกับภาพลักษณ์ของความเสื่อมถอยหรือการร่วงโรย

.jpg)




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น