Ars Aeterna:Deity song:Aphrodite






Ars Aeterna:Deity song:Aphrodite (Verse 1) ฟองทะเลเลื่อนลอยเป็นประกาย กำเนิดใหม่เกาะไซปรัสดั่งฝันใฝ่ ความงามยืนเหนือกาลไม่เสื่อมไป อโฟรไดท์คือรักให้โลกา (Pre-Chorus) นกพิราบบินเด่นกลางเวหา กุหลาบบานชื่นตาใต้แสงจ้า เปลือกหอยคลื่นพามาถึงคงคา เสียงโบราณบอกว่าเธอคือผู้รักจริง (Chorus) อโฟรไดท์ดังเพลิงในดวงใจ ส่องประกายจนดาวยังอายยิ่ง ทุกสายตาหลงมนต์ไม่ทอดทิ้ง เธอคือรักคือความงามนิรันดร์กาล (Verse 2) แม้เป็นคู่ช่างเหล็กผู้พิการ แต่ดวงมานบินสู่แอรีสนั้น บุตรแห่งรักชื่ออีรอสแสนผูกพัน ศรรักนั้นทำโลกต้องหมุนตาม (Pre-Chorus) ผลทองคำกำหนดโชคสงคราม ปารีสถามแล้วเลือกเธอเหนือสองนาม ไฟเผาผลาญทรอยล่มลับลืมยาม รักงดงามกลับแฝงอันตราย (Chorus) อโฟรไดท์ดังเพลิงในดวงใจ ส่องประกายจนดาวยังอายยิ่ง ทุกสายตาหลงมนต์ไม่ทอดทิ้ง เธอคือรักคือความงามนิรันดร์กาล (Bridge) หงส์เหินฟ้ากุหลาบแดงเบ่งบาน เธอคือฝันนิรันดร์มิรู้ผ่าน โลกทั้งใบยังขับชื่อเธอก้องกาล งามตำนานเป็นหนึ่งตลอดไป (Chorus) อโฟรไดท์ดังเพลิงในดวงใจ ส่องประกายจนดาวยังอายยิ่ง ทุกสายตาหลงมนต์ไม่ทอดทิ้ง เธอคือรักคือความงามนิรันดร์กาล (Outro) จากฟองคลื่นสู่แสงดาวพร่างฟ้า จากตำนานสู่ศิลป์ล้ำคุณค่า ชื่อของเธอยังขับขานทุกเวลา เทพีรักล้ำค่านิรันดร

วันก่อนเราเห็นคนถกเถียงกันเรื่องราคานาฬิกาหรูเรือนหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งบอกว่ามันไร้สาระ สิ้นเปลือง อีกฝ่ายบอกว่ามันคือศิลปะ คือการลงทุน เราไม่ได้ร่วมวงกับเขา แต่บทสนทนานั้นทำให้เราฉุกคิดถึงเรื่อง ‘มูลค่า’ ขึ้นมา
เราเลยมานั่งคิดต่อว่า อะไรคือตัวชี้วัด ‘มูลค่า’ ที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ กันแน่? ทำไมน้ำซึ่งจำเป็นต่อชีวิตถึงแทบไม่มีราคา ในขณะที่เพชรซึ่งเอาไปทำอะไรไม่ได้นอกจากดูเล่น กลับมีราคาสูงลิบลิ่ว ทำไมของบางอย่างหรือคนบางคนถึงมีอิทธิพลต่อใจเราได้มหาศาล ทั้งที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ใช้สอยอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย
ปรากฏการณ์นี้ถ้าจะให้เปรียบกับเทพกรีก ก็ต้องยกให้เทพี อโฟรไดท์ (Aphrodite) หรือวีนัส (Venus) เทพีแห่งความรักและความงาม เธอคือภาพสะท้อนของ ‘มูลค่า’ ที่เกิดจากความปรารถนาล้วนๆ ลองนึกภาพตามนะ อโฟรไดท์ถูกจับให้แต่งงานกับ ฮีฟีสทัส (Hephaestus) เทพแห่งช่างฝีมือผู้ผลิตทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ศาสตราวุธของเทพไปจนถึงงานประดิษฐ์สุดล้ำ พูดง่ายๆ คือ ฮีฟีสทัสคือเทพแห่ง ‘Utility’ หรือ ‘ประโยชน์ใช้สอย’ ในขณะที่อโฟรไดท์ไม่ได้สร้างอะไรเลยนอกจาก ‘ความรู้สึกอยากได้’ แต่ทุกคนกลับให้ค่าเธอสูงกว่าอย่างเทียบไม่ติด
ตำนานการกำเนิดของเธอจากฟองคลื่นในทะเล (ตามที่เฮสิโอดเล่าไว้) ก็ตอกย้ำเรื่องนี้ เธอไม่ได้มาจากสายเลือดเทพตามปกติ แต่เป็นพลังงานดิบที่ผุดขึ้นมาเอง มันคือสัญลักษณ์ว่า ‘แรงดึงดูด’ เป็นพลังงานพื้นฐานที่ไม่ขึ้นกับเหตุผลหรือลำดับชั้นใดๆ และเคสที่พิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้ดีที่สุดคือสงครามกรุงทรอย ตอนที่เจ้าชายปารีส (Paris) ต้องเลือกระหว่างอำนาจ (เทพีเฮรา), สติปัญญา (เทพีอะธีนา) และความงาม (อโฟรไดท์) เขาเลือกความงามอย่างไร้ข้อกังขา การตัดสินใจนั้นไม่ได้มาจากตรรกะ แต่มาจากแรงขับที่เก่าแก่กว่านั้น นั่นคือ ‘ความปรารถนา’ ซึ่งสุดท้ายนำไปสู่การล่มสลายของมหานคร
ในทางพุทธศาสนา สิ่งนี้อาจเทียบเคียงได้กับ ‘อุปาทาน’ (Upādāna) ซึ่งหมายถึงความยึดมั่นถือมั่น ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากตัววัตถุ แต่เกิดจากการที่เราเข้าไปยึดว่ามันมี ‘ค่า’ สำหรับเรา สงครามทรอยไม่ได้เกิดเพราะเฮเลนสวย แต่เกิดจาก ‘อุปาทาน’ ของคนทั้งทวีปที่ยึดมั่นว่าความงามของเธอคือสิ่งที่ต้องช่วงชิงมาให้ได้
ท้ายที่สุดแล้ว เราหลอกตัวเองว่าเราประเมินค่าของสิ่งต่างๆ จากเหตุผลและฟังก์ชันการใช้งาน แต่ลึกลงไป เรากำลังประเมิน ‘เรื่องราว’ ที่สิ่งนั้นมอบให้เราต่างหาก เราไม่ได้ซื้อนาฬิกาเพื่อดูเวลา แต่เราซื้อสถานะทางสังคมที่มันมอบให้ เราไม่ได้หลงรักใครคนหนึ่งเพราะคุณสมบัติในเรซูเม่ของเขา แต่เราหลงรัก ‘ความรู้สึก’ ที่เรามีเมื่อได้อยู่กับเขา
เราจ่ายราคาแพงที่สุด...ให้กับสิ่งที่ไม่มีค่าในตัวของมันเองเสมอ
==
Aphrodite
อโฟรไดท์ (Aphrodite) เป็นเทพีแห่งความรัก ความงาม ความสุข และการเจริญพันธุ์ในตำนานเทพปกรณัมกรีก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "วีนัส" (Venus) ในตำนานโรมัน
การกำเนิด
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการกำเนิดของเทพีอโฟรไดท์อยู่ 2 แบบหลักๆ:
การกำเนิดจากฟองทะเล: เป็นเรื่องราวที่โด่งดังที่สุด ตามตำนานของเฮสิโอด (Hesiod) เล่าว่าโครนัส (Cronus) ได้ใช้เคียวตัดอวัยวะเพศของยูเรนัส (Uranus) ผู้เป็นบิดา แล้วโยนลงไปในทะเล ทำให้เกิดฟองคลื่นสีขาวขึ้นมา และเทพีอโฟรไดท์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นจากฟองนั้น และลอยมาขึ้นฝั่งที่เกาะไซเธรา (Cythera) และไซปรัส (Cyprus) ชื่อของเธอ "อโฟรไดท์" (Aphrodite) มาจากคำภาษากรีกว่า "aphros" ซึ่งหมายถึง "ฟอง"
ธิดาของซุส: ในตำนานอีกเวอร์ชันหนึ่งของโฮเมอร์ (Homer) กล่าวว่าเธอเป็นธิดาของซุส (Zeus) กับเทพีไดโอนี (Dione)
ชีวิตและบทบาท
เทพีแห่งความรักและความงาม: อโฟรไดท์เป็นเทพีที่งดงามที่สุดในบรรดาเทพีทั้งหลาย เธอมีพลังในการทำให้เทพและมนุษย์ลุ่มหลงในความรัก แม้กระทั่งเทพสูงสุดอย่างซุสก็ยังต้องยอมรับในความงามของเธอ
ชีวิตสมรส: แม้จะมีความงามเป็นเลิศ แต่ซุสก็ยกเธอให้แต่งงานกับเทพฮีฟิทัส (Hephaestus) ซึ่งเป็นเทพแห่งช่างโลหะผู้พิการ เพื่อเป็นการลงโทษที่เธอปฏิเสธความรักของเขา
ความรักที่ไม่ซื่อสัตย์: อโฟรไดท์มีคู่รักมากมายทั้งเทพและมนุษย์ ที่โดดเด่นที่สุดคือเทพแอรีส (Ares) เทพแห่งสงคราม ซึ่งทั้งคู่มีบุตรด้วยกันหลายคน รวมถึงอีรอส (Eros) หรือคิวปิดในตำนานโรมัน
สงครามทรอย: อโฟรไดท์มีบทบาทสำคัญในตำนานสงครามกรุงทรอย โดยเป็นหนึ่งในสามเทพีที่แข่งขันกันเพื่อชิง "แอปเปิลทองคำ" ที่มีจารึกว่า "สำหรับเทพีที่งดงามที่สุด" เธอได้ติดสินบนเจ้าชายปารีส (Paris) แห่งทรอย โดยเสนอจะมอบผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกให้ ซึ่งก็คือเฮเลน (Helen) ทำให้ปารีสตัดสินใจยกแอปเปิลให้เธอ และเป็นชนวนเหตุของสงครามกรุงทรอยในที่สุด
สัญลักษณ์
สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับอโฟรไดท์ ได้แก่:
นกพิราบ นกกระจอก
หงส์
กุหลาบ
เปลือกหอย
แอปเปิล
ต้นเมอร์เทิล (Myrtle)
ความสำคัญทางวัฒนธรรม
เทพีอโฟรไดท์เป็นสัญลักษณ์ของความงามที่สมบูรณ์แบบและความปรารถนาในความรัก เธอได้ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะและวรรณกรรมมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น รูปปั้นวีนัสเดอมิโล (Venus de Milo) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานที่โด่งดังที่สุดในโลก

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม